Share

Share Awareness Advisory #5

Last updated: 25 Aug 2026
499 Views
บัญชีม้า — ให้ยืมบัญชี = เสี่ยงติดคุก
 
[ บทนำ ]

ถ้าเพื่อนสนิทขอยืมบัญชีธนาคารสักแป๊บ บอกว่าแค่ให้เงินผ่าน ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย ท่านจะให้หรือไม่

คำตอบที่ตรงที่สุดคือ อย่าให้

ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจเพื่อน แต่เพราะกฎหมายไทยกำหนดไว้ชัดเจนว่า การยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตนโดยไม่ได้มีเจตนาใช้เอง เป็นความผิดที่มีโทษจำคุก และผู้ที่รับผลกระทบเต็ม ๆ คือเจ้าของบัญชี ไม่ใช่คนที่มาขอยืม

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยความห่วงใย เพราะเคสจำนวนมากไม่ได้เกิดจากความตั้งใจทำผิด แต่เกิดจากความเกรงใจและความไม่รู้

[ 1. บัญชีม้าคืออะไร ]

"บัญชีม้า" คือบัญชีธนาคาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-wallet) ที่ถูกนำไปใช้เป็นทางผ่านของเงินที่ได้มาจากการกระทำผิด โดยเจ้าของบัญชีอาจเปิดให้โดยตรง หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตน

เหตุผลที่มิจฉาชีพต้องการบัญชีม้า เพราะเมื่อหลอกเงินจากเหยื่อได้แล้ว พวกเขาต้องการ "ตัดร่องรอย" ไม่ให้เงินวิ่งตรงเข้าบัญชีของตนเอง จึงต้องพักเงินผ่านบัญชีของบุคคลอื่นหลายทอด ทำให้การติดตามเส้นทางการเงินยากขึ้น

หมายความว่า บัญชีม้าไม่ใช่ส่วนประกอบเล็ก ๆ ของอาชญากรรมออนไลน์ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้กลโกงทั้งหมดดำเนินต่อไปได้ ถ้าไม่มีบัญชีม้า มิจฉาชีพก็นำเงินออกไม่ได้

[ 2. กฎหมายว่าอย่างไร ]

ตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ผู้ใดเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนเองหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ประเด็นที่อยากเน้นคือ ถ้อยคำว่า "ยินยอมให้ใช้" ก็เข้าข่ายความผิดแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าเจ้าของบัญชีรู้หรือไม่ว่าเงินนั้นมาจากการหลอกลวง

นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือประกาศรับซื้อบัญชีม้าและซิมม้า ยังมีโทษหนักกว่านั้นอีก และในกรณีที่บัญชีถูกใช้เชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติหรือขบวนการฟอกเงินขนาดใหญ่ ผู้เกี่ยวข้องอาจถูกดำเนินคดีในความผิดอื่นเพิ่มเติมอีกหลายกระทง ซึ่งสภาองค์กรของผู้บริโภคเคยยกตัวอย่างกรณีที่โทษรวมสูงมากไว้เพื่อเป็นอุทาหรณ์

[ 3. มิจฉาชีพเข้าหาเราด้วยวิธีใดบ้าง ]

- โฆษณาหารายได้เสริม อ้างว่าแค่มีบัญชีธนาคารก็ได้เงินวันละ 500–1,000 บาท โดยไม่ต้องทำอะไร
- อ้างว่าขอใช้บัญชีเพื่อเลี่ยงภาษี หรือเพื่อรับเงินจากต่างประเทศชั่วคราว
- หลอกให้สมัครงาน แล้วขอสมุดบัญชี บัตร ATM และรหัสผ่าน โดยอ้างว่าจำเป็นสำหรับการโอนเงินเดือน
- ขอยืมบัญชีจากคนรู้จัก คนรัก หรือคนในครอบครัว โดยบอกว่าใช้แค่ครั้งเดียว
- หลอกให้เปิดบัญชีในนามนิติบุคคล ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ที่พบมากขึ้นและตรวจจับยากกว่าเดิม
- ชักชวนนักศึกษาและผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกเข้าหาบ่อยที่สุด เพราะต้องการรายได้และยังไม่คุ้นเคยกับผลทางกฎหมาย

[ 4. สิ่งที่เกิดขึ้นจริงหลังจากนั้น ]

เมื่อมีผู้เสียหายไปแจ้งความ ธนาคารจะตรวจสอบเส้นทางการเงินและพบว่าเงินไหลเข้าบัญชีของเรา ผลที่ตามมามีดังนี้

หนึ่ง บัญชีจะถูกอายัดทันที และในทางปฏิบัติ ธนาคารอื่น ๆ มักระงับบัญชีของบุคคลเดียวกันตามไปด้วย ทำให้เงินเดือนเข้าไม่ได้ ผ่อนบ้านผ่อนรถไม่ได้ และใช้จ่ายประจำวันไม่ได้

สอง ชื่อของเราจะปรากฏในสำนวนคดีในฐานะ "ผู้ต้องหา" ไม่ใช่พยาน ซึ่งหมายถึงต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเต็มรูปแบบ

สาม การเปิดบัญชีใหม่กับธนาคารใดก็ตามจะทำได้ยากมากหรือทำไม่ได้เลยเป็นระยะเวลาหนึ่ง

สี่ ประวัติจะติดตัวไปอีกนาน กระทบทั้งการสมัครงาน การขอสินเชื่อ และการทำธุรกรรมทางการเงินในอนาคต

ห้า ในหลายกรณี ผู้ที่มาขอยืมบัญชีหายตัวไปแล้ว เหลือเพียงเจ้าของบัญชีที่ต้องรับผลทั้งหมดเพียงลำพัง

เมื่อเทียบกันแล้ว ค่าจ้างหลักพันบาทกับผลที่ต้องแบกรับเป็นปี ๆ เป็นการแลกที่ไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย

[ 5. วิธีป้องกันตัวเอง ]

1) ไม่ให้ใครยืมบัญชี ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คนรัก หรือญาติ และไม่ว่าเหตุผลจะฟังดูสมเหตุสมผลเพียงใด
หากรู้สึกเกรงใจ ให้ใช้คำตอบง่าย ๆ ว่า "กฎหมายใหม่ผิดทั้งคนให้ยืมด้วย ขอโทษจริง ๆ นะ" ซึ่งเป็นความจริงและช่วยรักษาความสัมพันธ์ไว้ได้

2) ไม่รับจ้างเปิดบัญชีหรือเปิดซิมให้ใครเด็ดขาด
งานที่ให้เงินง่ายโดยไม่ต้องทำอะไรไม่มีอยู่จริง

3) ไม่มอบสมุดบัญชี บัตร ATM รหัสผ่าน หรือรหัส OTP ให้ใครทั้งสิ้น
รวมถึงผู้ที่อ้างตัวเป็นนายจ้าง เจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือเจ้าหน้าที่รัฐ

4) ระวังการสมัครงานที่ขอเอกสารทางการเงินตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน
นายจ้างที่ถูกต้องต้องการเพียงเลขที่บัญชีสำหรับโอนเงินเดือน ไม่ใช่บัตรหรือรหัสผ่าน

5) สอนเรื่องนี้กับลูกหลานวัยเรียนและวัยเริ่มทำงาน
เพราะเป็นกลุ่มที่ถูกชักชวนมากที่สุด และมักไม่ทราบว่าผลทางกฎหมายรุนแรงเพียงใด

6) ปิดบัญชีที่เลิกใช้แล้วให้เรียบร้อย
อย่าปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ เพราะบัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหวและไม่ถูกตรวจสอบ เป็นเป้าหมายที่ดีสำหรับการนำไปใช้ในทางที่ผิด

7) ตรวจสอบความเคลื่อนไหวบัญชีเป็นระยะ
เปิดการแจ้งเตือนธุรกรรมทุกรายการ เพื่อให้รู้ทันทีหากมีรายการที่เราไม่ได้ทำ

[ 6. ถ้าเผลอให้บัญชีไปแล้ว ต้องทำอย่างไร ]

ขั้นที่ 1 ติดต่อธนาคารทันทีเพื่อขออายัดและปิดบัญชีนั้น

ขั้นที่ 2 เก็บหลักฐานทั้งหมดไว้ ทั้งบทสนทนา ข้อความชักชวน หลักฐานการโอนค่าจ้าง และข้อมูลของผู้ที่มาขอยืม

ขั้นที่ 3 เข้าแจ้งความด้วยตนเองโดยเร็วที่สุด
ข้อนี้สำคัญมาก เพราะการเข้าไปชี้แจงด้วยตนเองตั้งแต่ต้น ในฐานะผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์และให้ความร่วมมือ แตกต่างอย่างมากจากการถูกตามตัวในภายหลัง

ขั้นที่ 4 ปรึกษา AOC 1441 ซึ่งรับสายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อขอคำแนะนำเรื่องขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ

ขั้นที่ 5 หากมีความจำเป็น ควรปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย เพื่อเตรียมข้อมูลประกอบการชี้แจง

[ 7. มุมมองสำหรับองค์กร ]

องค์กรมีบทบาทช่วยลดปัญหานี้ได้มากกว่าที่คิด

- บรรจุเรื่องบัญชีม้าไว้ในโปรแกรม security awareness ควบคู่กับเรื่อง phishing เพราะเป็นภัยที่กระทบพนักงานโดยตรงและเข้าใจง่าย
- ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับพนักงานใหม่และนักศึกษาฝึกงาน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของผู้ชักชวน
- สื่อสารให้ชัดว่าองค์กรจะไม่ขอบัตร ATM หรือรหัสผ่านบัญชีธนาคารจากพนักงานในทุกกรณี เพื่อให้พนักงานมีเกณฑ์เปรียบเทียบเมื่อถูกหลอกโดยผู้ที่แอบอ้างเป็นฝ่ายบุคคล
- เปิดช่องทางให้พนักงานที่เผลอไปแล้วสามารถเข้ามาปรึกษาได้ เพราะยิ่งแจ้งเร็ว โอกาสในการแก้ไขก็ยิ่งมาก

[ 8. คำถามที่พบบ่อย ]

ถาม: ถ้าให้เพื่อนใช้บัญชีจริง ๆ แค่ครั้งเดียว และเงินนั้นไม่ได้ผิดกฎหมาย จะผิดไหม
ตอบ: ตามตัวบทกฎหมาย การยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีโดยไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อตนเอง เข้าข่ายความผิดแล้ว โดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้ง และในทางปฏิบัติ เจ้าของบัญชีก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเงินที่ผ่านเข้ามานั้นมีที่มาอย่างไร

ถาม: ถ้าบัญชีถูกอายัดแล้ว ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะใช้ได้ตามปกติ
ตอบ: ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของคดีและการชี้แจงของเจ้าของบัญชี ซึ่งอาจใช้เวลาตั้งแต่หลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน สิ่งที่ช่วยให้เร็วขึ้นคือการเข้าไปให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่โดยเร็วพร้อมหลักฐานครบถ้วน

ถาม: ถูกหลอกให้เปิดบัญชีตอนสมัครงาน จะถือว่ามีเจตนาไหม
ตอบ: เจตนาเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์ในชั้นพนักงานสอบสวนและชั้นศาล การเก็บหลักฐานการสนทนา ประกาศรับสมัครงาน และการเข้าแจ้งความด้วยตนเองตั้งแต่ต้น จึงมีความสำคัญมากต่อการชี้แจง

ถาม: ถ้ามีคนโอนเงินเข้าบัญชีเราโดยที่เราไม่รู้จัก ควรทำอย่างไร
ตอบ: อย่าโอนคืนเองโดยตรง เพราะอาจกลายเป็นการช่วยฟอกเงินโดยไม่ตั้งใจ ให้ติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีเพื่อแจ้งเรื่องและให้ธนาคารเป็นผู้ดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมเก็บหลักฐานไว้

[ สรุป ]

บัญชีม้าเป็นภัยที่แปลกกว่าภัยอื่น เพราะผู้เสียหายกับผู้ต้องหาอาจเป็นคนเดียวกัน

หลายคนไม่ได้ตั้งใจจะช่วยมิจฉาชีพ แต่ตัดสินใจจากความเกรงใจ ความต้องการรายได้ หรือความไว้ใจคนใกล้ตัว แล้วต้องแบกรับผลที่ตามมาอีกหลายปี

หลักการจึงเรียบง่ายมาก คือ บัญชีธนาคารเป็นของเราคนเดียว ใช้ได้เฉพาะเรา และไม่มีเหตุผลใดที่ดีพอให้ยกให้คนอื่นใช้

ทีมงาน E-C.O.P. ขอฝากให้ท่านช่วยส่งต่อบทความนี้ให้คนรอบตัว โดยเฉพาะลูกหลานวัยเรียนและเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งเริ่มทำงาน

ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงาน E-C.O.P. (Thailand) Limited

[ แหล่งอ้างอิง ]

1. สมาคมธนาคารไทย — ทำความรู้จัก "บัญชีม้า" บัญชีสุดอันตราย กับบทลงโทษที่ไม่ธรรมดา
https://www.tba.or.th/ทำความรู้จัก-บัญชีม้า/

2. สภาองค์กรของผู้บริโภค — รู้ทันก่อนเสียอนาคต รับเปิดบัญชีม้าและซิมม้า โทษหนักถึงคุก
https://www.tcc.or.th/tcc_media/mule-account-scam/

3. สภาองค์กรของผู้บริโภค — โทษบัญชีม้าร้ายแรง เชื่อมโยงอาชญากรรมข้ามชาติ
https://www.tcc.or.th/mule-account-119-years/

4. ธนาคารกรุงไทย — บัญชีม้าคืออะไร พร้อมโทษตามกฎหมายที่ควรรู้
https://krungthai.com/th/financial-partner/learn-financial/2487

5. Thai PBS — เตือนภัยบัญชีม้าแบบใหม่ รูปแบบนิติบุคคล
https://www.thaipbs.or.th/news/content/338344

6. ttb — บัญชีม้าไม่ใช่ทางลัด เสี่ยงถูกดำเนินคดีอาญา
https://www.ttbbank.com/th/fin-tips/detail/fintips-protect-yourself-say-no-to-mule-accounts

Related Content